← บทความทั้งหมดEnvironmental Claims / Tourism · อ่าน 12 นาที

กติกา Environmental Claims ของ EU เริ่มใช้ 27 ก.ย. 2026: ธุรกิจท่องเที่ยวควรทบทวนอะไรบ้าง

Empowering Consumers Directive เปลี่ยนวิธีประเมินคำกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อม ฉลากความยั่งยืน และคำมั่นในอนาคต ธุรกิจท่องเที่ยวที่สื่อสารหรือขายบริการแก่ผู้บริโภคใน EU ควรตรวจสอบหลักฐานและขอบเขตของข้อความเดิมอย่างเป็นระบบ

เกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2026?

  • Directive (EU) 2024/825 on empowering consumers for the green transition (ECGT / Empowering Consumers Directive) ได้รับการรับรองเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2024
  • ประเทศสมาชิก EU มีเวลาถึง 27 มีนาคม 2026 ในการถ่ายทอดข้อกำหนดเข้าสู่กฎหมายภายในประเทศ
  • กติกาเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ 27 กันยายน 2026
  • หน้า Sustainable Consumption ของ European Commission ระบุ Questions & Answers ฉบับปรับปรุง ลงวันที่ 22 กันยายน 2026

ใครควรให้ความสำคัญ?

กรอบนี้เป็นกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของ EU ที่เน้นการสื่อสารทางการค้าแบบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) โรงแรมและรีสอร์ต DMC และผู้ประกอบการทัวร์ กิจกรรมสำหรับผู้มาเยือน OTA และผู้จัดจำหน่ายควรให้ความสำคัญ เมื่อทำการตลาดหรือขายบริการแก่ผู้บริโภคใน EU หรือ Single Market ผ่านการสื่อสารที่อยู่ภายใต้กฎหมาย EU ที่เกี่ยวข้อง ส่วน MICE ควรทบทวนเช่นกันเมื่อข้อความหรือข้อเสนอกลายเป็นการสื่อสารถึงผู้บริโภค

การสื่อสารทางการค้าแบบธุรกิจกับธุรกิจล้วน ๆ อยู่นอกขอบเขต B2C ที่ UCPD ทำให้เป็นมาตรฐานร่วม อย่างไรก็ตาม กฎหมายในประเทศ สัญญา กติกาแพลตฟอร์ม หรือข้อกำหนดเฉพาะอุตสาหกรรมอื่นอาจยังเกี่ยวข้อง การที่ธุรกิจไทยหรือข้อความใดอยู่ในขอบเขตหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้บังคับ บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยเขตอำนาจศาล

A. Generic environmental claims

คำกว้าง ๆ เช่น “green” “eco-friendly” “environmentally friendly” หรือ “climate friendly” อาจสร้างภาพรวมที่กว้างในความเข้าใจของผู้บริโภค ภายใต้กรอบที่แก้ไขแล้ว generic environmental claim ต้องมีผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นเลิศและได้รับการยอมรับซึ่งเกี่ยวข้องกับคำกล่าวอ้างนั้น มิฉะนั้นควรระบุผลการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงอย่างชัดเจนและเด่นชัดในสื่อเดียวกัน

แนวทางปฏิบัติจึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนคำคุณศัพท์หนึ่งเป็นอีกคำหนึ่ง แต่ควรบอกกิจกรรม ขอบเขต และหลักฐานที่ผู้บริโภคเข้าใจได้ ณ จุดที่เห็นข้อความ

B. Carbon neutral, climate neutral และคำกล่าวอ้างที่อาศัย offsetting

กติกาที่แก้ไขระบุห้ามกล่าวอ้างว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการมีผลกระทบต่อก๊าซเรือนกระจกเป็นกลาง ลดลง หรือเป็นบวก เมื่อข้อความนั้นอาศัยการชดเชยนอกห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการ

ในบริบทท่องเที่ยว การจ่ายเงินให้โครงการปลูกป่าที่อื่นไม่ควรถูกนำมาใช้เพื่อบอกว่าเที่ยวบิน ที่พัก หรือทัวร์นั้นเป็น carbon neutral ธุรกิจยังสื่อสารเรื่องการลงทุนในโครงการสิ่งแวดล้อมหรือโครงการคาร์บอนได้อย่างโปร่งใส ตราบใดที่ไม่ทำให้บริการที่ลูกค้าซื้อดูเสมือนมีผลกระทบต่อก๊าซเรือนกระจกเป็นกลาง ลดลง หรือเป็นบวกจากเหตุผลนั้น ขอบเขตการปล่อย วิธีคำนวณ การลด และสถานะการทวนสอบต้องระบุให้ถูกต้อง

C. Sustainability labels

ฉลากความยั่งยืนโดยสมัครใจต้องจัดทำโดยหน่วยงานรัฐ หรืออยู่บนพื้นฐานของ certification scheme ที่เข้าเกณฑ์ ระบบต้องมีข้อกำหนดที่โปร่งใส เปิดเผยต่อสาธารณะ และมีการตรวจสอบการปฏิบัติตามโดยบุคคลที่สามที่เป็นอิสระ

ตราสัญลักษณ์ ใบไม้ หรือเครื่องหมายโครงการที่ธุรกิจสร้างเองจึงอาจมีความเสี่ยงมากขึ้น หากผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็น sustainability label ที่ผ่านการตรวจสอบ ทีมควรบันทึกเจ้าของฉลาก เกณฑ์ที่เผยแพร่ หน่วยงานตรวจสอบ และสถานะที่ได้รับจริง

D. คำกล่าวอ้างผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับอนาคตต้องมากกว่าความตั้งใจ คำมั่นควรชัดเจน เป็นกลาง เปิดเผยต่อสาธารณะ และตรวจสอบได้ อยู่ในแผนดำเนินงานที่ละเอียดและเป็นจริง พร้อมเป้าหมายที่วัดได้และมีกำหนดเวลา และได้รับการตรวจสอบเป็นประจำจากผู้เชี่ยวชาญบุคคลที่สามที่เป็นอิสระ โดยเปิดเผยข้อค้นพบให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้

ธุรกิจยังสื่อสาร roadmap ในฐานะแผนได้ แต่ต้องแยกเป้าหมายออกจากผลที่เกิดขึ้นแล้ว และแสดง baseline หมุดหมาย ผู้รับผิดชอบ รอบทบทวน และสถานะการทวนสอบ

E. Visual และ implicit claims

Environmental claim ไม่ได้จำกัดอยู่ที่คำพูด ภาพ สี ไอคอน ใบไม้ น้ำ และภาพธรรมชาติอาจร่วมสร้างคำกล่าวอ้างโดยนัย ขึ้นอยู่กับการนำเสนอโดยรวมและความเข้าใจที่น่าจะเกิดกับผู้บริโภค

สีเขียวไม่ได้ถูกห้าม คำถามที่ควรใช้ทบทวนคือ เมื่อข้อความและภาพอยู่รวมกันแล้ว สื่อถึงผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมกว้างกว่าที่ธุรกิจมีหลักฐานรองรับหรือไม่

F. สื่อการตลาดเดิมและสื่อเก่า

กติกาเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ 27 กันยายน 2026 เอกสารของ European Commission และ Consumer Protection Cooperation ยังกล่าวถึงผลิตภัณฑ์และสื่อที่มีอยู่แล้วเมื่อกติกาเริ่มใช้

สำหรับทีมท่องเที่ยว ขั้นปฏิบัติคือทำบัญชีรายการและทบทวนหน้าเว็บไซต์เดิม คำอธิบายใน OTA ข้อความในขั้นตอนจอง โบรชัวร์ sales deck สื่อออกงาน และโพสต์โซเชียล นี่คือขั้นตอนจัดการงาน ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าหน่วยงานจะบังคับใช้กับธุรกิจไทยรายใดอย่างไร

ความหมายต่อธุรกิจท่องเที่ยวไทย

กติกานี้ไม่ใช่จุดจบของการสื่อสารเรื่องความยั่งยืน แต่เป็นการขยับจากคำคุณศัพท์ด้านสิ่งแวดล้อมกว้าง ๆ ไปสู่ข้อความที่เฉพาะเจาะจง มีหลักฐาน และกำหนดขอบเขตเหมาะสม

ธุรกิจท่องเที่ยวไทยที่ให้บริการผู้บริโภค EU อาจเริ่มจากทำแผนที่ว่าคำกล่าวอ้างอยู่ที่ใด ระบุกลุ่มผู้รับสารและตลาด กำหนดขอบเขตบริการ เชื่อมแต่ละข้อความกับหลักฐาน และส่งคำถามด้านกฎหมายหรือเทคนิคให้ผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม การสื่อสาร B2B ก็ควรถูกต้องเช่นกัน แต่ขอบเขตที่ UCPD ทำให้เป็นมาตรฐานร่วมนั้นเน้น consumer-facing commercial practice

ตัวอย่างในธุรกิจท่องเที่ยว: เขียนคำกล่าวอ้างใหม่ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคำคุณศัพท์

ข้อความทางเลือกด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่างโครงสร้างการสื่อสารที่เฉพาะเจาะจงขึ้น ธุรกิจต้องใช้เฉพาะข้อเท็จจริงที่เป็นจริงและมีหลักฐานสำหรับการดำเนินงานของตน

เสี่ยง / กว้างเกินไป

“Eco-friendly tour”

เฉพาะเจาะจง / อิงหลักฐานมากขึ้น

“มีจุดเติมน้ำ และโปรแกรมนี้ไม่แจกขวดน้ำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว” — ใช้ได้ต่อเมื่อเป็นจริงสำหรับโปรแกรมนั้น

เสี่ยง / กว้างเกินไป

“Carbon Neutral Tour”

เฉพาะเจาะจง / อิงหลักฐานมากขึ้น

อธิบายขอบเขตการปล่อยที่วัด วิธี และการลดที่ผ่านการทวนสอบ เฉพาะเมื่อมีบันทึกนั้นจริง และไม่บอกว่าการ offset ภายนอกทำให้ทัวร์เป็นกลาง

เสี่ยง / กว้างเกินไป

“Nature Positive Trip”

เฉพาะเจาะจง / อิงหลักฐานมากขึ้น

ระบุการสนับสนุน ผู้รับ กิจกรรม จำนวนหรือสัดส่วน และหลักฐานที่มี โดยไม่อ้างผลลัพธ์ net-positive ต่อธรรมชาติหากยังไม่ได้วัด

เสี่ยง / กว้างเกินไป

“Sustainable hotel”

เฉพาะเจาะจง / อิงหลักฐานมากขึ้น

บอกวิธีปฏิบัติ ขอบเขต ช่วงเวลา และหลักฐานที่เฉพาะเจาะจง แทนคำคุณศัพท์ครอบคลุมทั้งกิจการ

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงโครงสร้างการสื่อสาร ไม่ใช่ safe harbour ทางกฎหมายโดยอัตโนมัติ

Checklist สำหรับทบทวนคำกล่าวอ้าง

บันทึกสิบช่องนี้ก่อนอนุมัติหรือนำคำกล่าวอ้างด้านความยั่งยืนกลับมาเผยแพร่:

  1. 01Claim — คำที่ใช้จริงและความหมายโดยนัย
  2. 02Audience / market — ใครจะเห็นและเห็นที่ใด
  3. 03Boundary — ผลิตภัณฑ์ บริการ กิจกรรม พื้นที่ และช่วงเวลาที่ครอบคลุม
  4. 04Evidence — บันทึกที่รองรับข้อความโดยตรง
  5. 05Method — วิธีวัดหรือคำนวณข้อมูล
  6. 06Verification / status — Planned, Observed, Measured หรือ Independently Verified
  7. 07Same-medium specification — รายละเอียดกำกับที่แสดงพร้อมคำกล่าวอ้าง
  8. 08Visual context — ภาพ สี ไอคอน และฉลากที่กำหนดความเข้าใจโดยรวม
  9. 09Approval / source — ผู้อนุมัติและเจ้าของแหล่งข้อมูล
  10. 10Review date — วันที่จะกลับมาตรวจข้อความและหลักฐานอีกครั้ง

แหล่งข้อมูลทางการ

องค์กรที่อ้างถึงเป็นแหล่งข้อมูลและบริบทสาธารณะ การอ้างอิงไม่ได้หมายถึงการรับรอง การแต่งตั้ง หรือความสัมพันธ์ใด ๆ กับ Regenera

คำกล่าวอ้างด้านความยั่งยืนของคุณมีหลักฐานรองรับเพียงพอหรือไม่?

Regenera ทบทวนคำกล่าวอ้าง หลักฐานที่มี ขอบเขต และช่องว่างในการสื่อสารก่อนเผยแพร่หรือเสนอขาย

การทบทวนคำกล่าวอ้างเป็นการประเมินหลักฐานและความพร้อมด้านการสื่อสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การรับรอง หรือหลักประกันด้านกฎระเบียบ

เผยแพร่/ปรับปรุง: 2026-09-24 · Regenera Thailand เผยแพร่บทความเชิงปฏิบัติและมุมมองจากงานจริง ตัวอย่างที่ยกมาเป็นการอธิบายแนวทาง ไม่ใช่กรณีลูกค้า เราไม่เผยแพร่ชื่อลูกค้า คำรับรอง หรือสถิติผลกระทบที่ยังไม่มีหลักฐาน